
ธรรมชาติของมนุษย์ทุกคนชอบเสียงดนตรี เพราะเสียงดนตรีสามารถทำให้มนุษย์มีความสุข ชนทุกชาติทุกภาษาต่างก็มีดนตรีของชาติตนเอง เครื่องดนตรีก็เป็นสิ่งประดิษฐ์ที่เกิดมาก่อนอารยธรรมแรกของโลกเมื่อ 43000 ปีก่อน (https://www.bbc.com/news/science-environment-18196349) เกิดขึ้นก่อนถ้วยชามใบแรกของโลกเสียด้วยซ้ำ (https://www.theguardian.com/science/2012/jun/28/ancient-chinese-pottery-oldest-yet)
จวบจนผ่านมาอีกหลายยุคสมัย ดนตรีได้ถูกพัฒนาจนถึงเป็นศิลปขั้นสูงสุดในยุคคลาสสิค (ค.ศ.1730-1820) หลังจากนั้นอีกสองร้อยปี จนถึงยุคปัจจุบัน เราได้ค่อยๆเปลี่ยนการฟังดนตรีจากฟังดนตรีเล่นสด ไปเป็นฟังผ่านเครื่องเสียง
ผู้คนส่วนใหญ่ก็ยังฟังดนตรีอยู่ แต่มีผู้คนจำนวนมากไม่ฟังดนตรีเสียแล้ว หรือฟังแค่ที่ได้ยินเป็นเสียงประกอบภาพยนตร์บ้าง เสียงเพลงประกอบเกมส์ เพลงจากเวทีประกวดในทีวีบ้าง เสียงเพลงที่เปิดในห้างร้านบ้าง มีคนจำนวนไม่มากที่จะเจียดเวลามาฟังเพลงอย่างตั้งอกตั้งใจเอาอรรถรสและสาระจากผู้ประพันธ์
ก็มีหลายสาเหตุ เทคโนโลยีมีหลากหลายมากขึ้น พฤติกรรมการใช้ชีวิตเปลี่ยนไป สภาพเศรษฐกิจสังคมบีบให้ต้องทำงานจนล้มหลับทุกวัน สื่อและบันเทิงก็มีหลากหลาย ผู้ผลิตเครื่องเสียงมากกว่าครึ่งไม่ได้สนใจคุณภาพเสียง สนใจเพียงยอดขายและกำไร ใช้การตลาดนำคุณภาพ ทำให้เครื่องเสียงที่ใช้ฟังนั้นไม่สามารถถ่ายทอดเสียงออกมาได้อย่างถูกต้อง ไม่สามารถถ่ายทอดความไพเราะของเพลงได้ เพลงที่เพราะกลับกลายเป็นเพลงไม่เพราะไปได้ และเพลงที่เพราะนั้น จริงๆแล้วเพราะกว่านั้นอีกเยอะ
